หลักการใช้ปุ๋ยเคมี



หลักการใช้ปุ๋ย
ปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยที่มีปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วยน้ำหนักของปุ๋ยสูง ฉะนั้น ใช้เพียงปริมาณเพียงเล็กน้อยก็พอ ส่วนปัญหาที่ทำให้สภาพดินเสีย นั้นไม่เกี่ยวกับปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเกษตรกรใช้ไม่ถูกวิธี ใช้ไม่ตรงกับความต้องการของดิน ดังนั้นเกษตรกรต้องรู้จักปุ๋ยเสียก่อนว่าจะใช้ปุ๋ยอะไร ตรงกับอัตราหรือสูตรปุ๋ยที่ต้องการใช้หรือไม่ มีความสำคัญต่อพืชอย่างไร 

หลักการใช้ปุ๋ยเคมีให้ได้ผลดี
ปุ๋ยเคมีเมื่อใส่ลงไปในดินจะมีโอกาสสูญเสียไปมากกว่าครึ่งหนึ่งสำหรับธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียส ส่วนฟอสฟอรัสนั้น พืชดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้เพียงไม่เกินร้อยละ 100 ของปริมาณที่ใส่ลงไปในดิน ฟอสฟอรัสที่เหลือทั้งหมดจะทำปฎิกิริยากับดินกลายเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำยากพืชดึงดูดไปใช้ไม่ได้
ดังนั้นการใส่ปุ๋ยลงไปในดินเพื่อให้พืชสามารถดึงดูดไปใช้ได้มากที่สุดและสูญเสียน้อยที่สุด จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ปุ๋ยชนิดน้ำเดียวกัน สูตรเดียวกันใส่ลงไปในดินโดยวิธีแตกต่างกันพืชจะใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้ไม่เท่ากัน เช่น ปุ๋ยที่ใส่แบบหว่านจะให้ผลแตกต่างกัน จากปุ๋ยที่ใส่โรยแบบเป็นแถวหรือเป็นจุดใกล้ต้นพืช ฉะนั้นการใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพจึงควรมีหลักเกณฑ์ในการใส่ปุ๋ยที่ควรจะยึดถือเป็นแนวทางดังนี้

หลัการใช้ปุ๋ย
1.ชนิดของปุ๋ยที่ใช้อย่างถูกต้อง
2.ใส่ปุ๋ยในปริมาณที่พอเหมา
3.ใส่ปุ๋ยให้พืชในขณะที่พืชต้องการ
4.ใส่ปุ๋ยให้พืชพืชตรงจุดที่พืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์
รอบหน้าแอดมินจะมาบอกเคล็ดลับแบบละเอียดสำหรับหลักเกณฑ์การใส่ปุ๋ยนะคะ
สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

http://www.dtwp.co.th

อาการขาดธาตุแมกนีเซียมของพืช




อาการขาดแมกนีเซียม (Magnesium :Mg)
แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารที่มีความสำคัญกับพืชในลำดับต้นๆ เพราะองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ ทั้งที่ใบและส่วนอื่นๆ มีบทบาทในการสังเคราะห์แสงและการสร้างอาหารและโปรตีน จัดเป็นธาตุรองเสริมในปุ๋ยต่างๆ นอกจากนี้แมกนีเซียมยังมีผลต่อการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัส และควบคุมปริมาณแคลเซียมในพืช พืชจะได้รับแมกนีเซียมจากสารละลายดินในรูปไอออน Mg+2 โดยการแพร่ (Diffusion) และการออสโมซิส (Osmosis)
พืชจะแสดงอาการขาดแมกนีเซียม มีหลายสาเหตุนอกจากในดินจะปริมาณแมกนีเซียมในดินต่ำแล้ว ยังมีสาเหตุทางอ้อมอื่นๆได้อีกเช่น ในดินมีความเป็นกรด-ด่าง (pH) ต่ำหรือสูงมากเกินไป เพราะแมกนีเซียมจะอยู่ในรูปที่พืชใช้ประโยชน์ได้ถ้า pH ของดิน เท่ากับ 7-8.5 นอกจากนี้หากดินมีความเค็มหรือมีเกลือพวกแคลเซียมหรือโซเดียมสะสมอยู่มาก
โดยเฉพาะในไม้ผลและไม้ยืนต้น ต้องการแมกนีเซียมมากที่สุดในระยะเริ่มแตกใบอ่อน และต้องการในปริมาณค่อนข้างสูง หากพืชขาดแมกนีเซียมจะสังเกตได้จากใบพืช ที่เหลืองซีดบริเวณเส้นกลางใบอยู่ใกล้กับผล ถ้ามีอาการรุนแรงจะแสดงอาการในใบแก่มากกว่าใบอ่อน จะทำให้ผลผลิตน้อยลง ต้นทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายๆโดยการใช้ปรับดินให้มีความเป็นกรด-ด่างให้เหมาะสม เพราะในดินมักมีแมกนีเซียมอยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของพืช แต่หากพืชยังแสดงอาการขาดธาตุแมกนีเซียมอยู่ให้พ่นอาหารเสริมหรือปุ๋ยทางใบร่วมด้วย การให้ปุ๋ยทางใบพืชจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีและรวดเร็ว

อาการขาดธาตุสังกะสีของของพืช



สังกะสี

ธาตุสังกะสีมีความสำคัญกับพืชเนื่องจากเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินและการเจริญเติบโตของพืช ในกระบวนการสร้างคลอโรฟิลล์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับพืช พืชสามารถใช้ธาตุสังกะสีในรูปไอออน Zn2+ โดยทั่วไปมักพบสังกะสีในดินประมาณ 120 กรัม/ตัน โดยอยู่ในรูปของซัลไฟด์ (ZnS) และพบในลักษณะเป็นสินแร่มักพบในรูปแร่เฮมิเมอร์ไฟต์ [Zn4(Si2O7) (OH)2 (H2O)] แร่สมิทซอไนต์ (ZnCO3) และแร่ซิงไคต์ (ZnO) สำหรับแร่สังกะสีที่พบมากที่สุดในโลก คือ แร่สฟาเลอไรต์ (ZnS) ถึงแม้พืชต้องการในปริมาณที่น้อยแต่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชหากพืชได้รับไม่เพียงพอพืชจะแสดงอาการขาดสังกะสี โดยเฉพาะพืชไร่กลุ่มข้าวและข้าวโพด และมีความสำคัญอย่างมากในกลุ่มตระกูลส้ม ทั้งมะนาว ส้มโอและมะกรูด
อาการขาดธาตุสังกะสีจะส่งผลต่อฮอร์โมนพืช เช่นทำให้ตายอดลดลง ข้อปล้องไม่ขยาย ถ้าขาดในข้าวโพด ตาอ่อนจะมีสีบรอนซ์เงินที่เปลือกตา ถ้าขาดมากจะแสดงอาการเป็นแถบสีขาวกว้างๆ ที่ใบบน ถ้าในพืชตระกูลส้ม ใบจะเป็นสีเหลืองในขณะที่เส้นใบ (vein) ยังเป็นสีเขียวอยู่
หากพืชแสดงอาการขาดธาตุสังกะสีวิธีแก้ไขที่ให้ผลเร็วที่สุดคือการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบหรืออาหารเสริมที่มีสังกะสีเป็นองค์ประกอบ หากในดินมีการขาดสังกะสีแก้ไขได้โดยการใส่ปุ๋ยสังกะสีในดินเพื่อให้พืชดูดใช้ธาตุสังกะสีได้อย่างเพียงพอ
#สังกะสี #ธาตุอาหาร #ธาตุอาหารพืช #Zn #ซิงค์#ขาดธาตุสังกะสี #อาการขาดธาตุ #โรคใบแก้ว #วิธีแก้อาการขาดธาตุ #สังกะสีที่เป็นประโยชน์ #สังกะสีในดิน

อาการขาดโบรอนของพืช




โบรอน
โบรอน (Boron) เป็นจุลธาตุที่มีความสำคัญอีกหนึ่งชนิดที่หากพืชได้รับไม่เพียงพอนอกจากจะส่งโดยตรงต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิตแล้วยังแสดงอาการขาดธาตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพืชไม้ผล ปาล์มน้ำมัน และผักในกลุ่มคื่นช่าย เพราะโบรอนเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนย้ายแคลเซียม แป้ง น้ำตาล และโปรตีน ควบคุมการคายน้ำและดูดน้ำในกระบวนการสร้างอาหาร ควบคุมการสุกแก่ของผล บำรุงช่อดอกให้สมบูรณ์ 

อาการขาดธาตุโบรอน จะเริ่มแสดงอาการจากปลาดยอด หรือในส่วนปลายสุดของส่วนที่กำลังเจริญเติบโต
อาการที่ยอดอ่อนและใบอ่อน : ยอดและตายอดบิดงอ ใบอ่อนโปร่งและใส่ผิดปกติ เส้นกลางใบหนากร้าน และตกกระ
อาการที่ผล : ผลเล็กมีเปลือกหนาและแข็งผิดปกติ
อาการที่ลำต้น : ไส้ในจะกลวงเนื่องจากเกิดการผิดปกติของการสะสมอาหาร
อาการที่ส่วนอื่นๆ : อาจเกิดจุดสีน้ำตาลถึงดำ บริเวณส่วนต่างๆของพืช
วิธีการป้องกันและแก้ไขอาการขาดโบรอน : พ่นอาหารเสริมทางใบที่มีส่วนประกอบของโบรอน และควรปรับปรุงดินไม่ให้เป็นกรด หรือด่างมากเกินก็จะสามารถลดการตรึงโบรอนในดินได้
By ดวงตะวันเพชร

อาการขาดแคมเซียมของพืช




อาการขาดแคลเซียม (Ca) ของพืช

แคลเซียมเป็นธาตุที่พืชต้องการใช้ในปริมาณที่มาก เนื่องจากพืชต้องการใช้ธาตุแคลเซียมในกกระบวนการทางสรีระวิทยาของพืช มีผลต่อการเจริญเติบโตของราก การสะสมอาหาร การสังเคราะห์แป้งและน้ำตาลของผล กระบวนการสร้างเมล็ดพันธุ์ ยังเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของพืช
พืชที่ขาดธาตุแคลเซียมจะแสดงอาการได้ทั้งที่ใบ ลำต้น ราก และผล โดยใบอ่อนหรือยอดอ่อนของพืชจะม้วนงอ ขอบใบหยิก ใบและยอดจะมีสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน หากแสดงอาการที่ลำต้นทำให้ลำต้นอ่อน ล้มง่าย ส่วนอาการในรากนั้นจะแสดงอาการทำให้รากสั้น ส่งผลให้พืชแร่ธาตุมาใช้ได้น้อย หากแสดงอาการขาดที่ผลทำให้ผลเป็นโรคไส้ดำในขึ้นฉ่าย และเป็นโรคก้นเน่าในมะเขือเทศ ส่งผลต่อการสูญเสียผลผลิต
แนวทางแก้ไขอาการขาดธาตุแคลเซียมในพืชสามารถใส่แร่ธาตุที่มีองค์ประกอบแคลเซียม เช่น โดโลไมท์ ยิบซั่ม แคลเซียมคาร์บอเนต หรือปุ๋ยเคมีที่มีองค์ประกอบของแคลเซียมเพื่อเพิ่มธาตุแคลเซียมให้กับดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ปุ๋ยน้ำ ทางใบที่ส่วนประกอบของแคลเซียมพ่นใบพืช เพื่อให้พืชได้รับแร่ธาตุทันที และลดอาการขาดธาตุได้รวดเร็
#สารปรับสภาพดิน #ปุ๋ยทางใบ #ไฮสปีดแม็กซ์ #ปุ๋ยดวงตะวันเพชร #ดวงตะวันเพชร

อาการขาดฟอสฟอรัสของพืช



อาการขาดฟอสฟอรัส

ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบของที่สำคัญในเมล็ดและผลของพืช ทำให้พืชออกดอกและลำต้นแก่เร็วส่งผลให้พืชแข็งแรงขึ้น ไม่ล้มง่าย ต้านทานต่อแมลงศัตรูพืชแล้วยังมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตในการแบ่งเซลล์ของเนื้อเยื่อเจริญปลายยอด ปลายรากรวมถึงบริเวณข้อปล้องเป็นไปได้ปกติ หากปริมาณของฟอสฟอรัสในดินไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตจะส่งผลให้พืชแสดงอาการขาด และมีผลในระยะยาว อาการของพืชที่จะแสดงออกมาทางภายนอกที่เราสามารถสังเกตได้คือ
ลำต้นและใบแคระแกรน ลำต้นบิดเกลียวในพืชบางชนิด เนื้อไม้แข็ง แต่เปราะและหักง่าย
รากจะเจริญเติบโตและแพร่ขยายช้ากว่าปกติ
ใบแก่ของพืชจะมีสีเขียวเข้มหรือสีม่วง
พืชบางชนิดจะแสดงอาการลำต้นอวบน้ำ หรือลำต้นอ่อน จะล้มง่าย
ส่วนภายในของพืชที่เรามองไม่เห็นนั้นพืชจะมีการสะสมตาดอกน้อย เพราะฟอสฟอรัสเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนพืชจึงมีผลน้อยกว่าปกติ และผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพและน้อยกว่าที่ควรจะได้
เคล็ดไม่ลับสำหรับการแก้อาการขาดธาตุอาหารคือ ขาดธาตุอะไรก็เติมธาตุนั้น หากเรารู้อาการของพืชว่าขาดธาตุฟอฟอรัสเราก็เติมปุ๋ยฟอสเฟตหรือใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 เท่านี้ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หรือใช้สูตร 16-20-0 ในช่วงแตกกอของข้าวที่ปลูกในนาดินเหนียว เพื่อป้องกันและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้

เตือนภัย แมลงบั่วระบาดหนัก



เตือนภัย!!!!แมลงบั่วระบาดหนัก
เกษตรกรหลายพื้นที่คงประสบปัญหาแมลงบั่วศัตรูข้าวระบาดหนัก ส่งผลให้นาข้าวของเกษตรกรได้รับผลกระทบ ทำลายพื้นที่เพาะปลูกข้าวในหลายจังหวัด 
ลักษณะข้าวที่ถูกแมลงบั่วทำลาย : ใบ ลำต้นข้าว เหี่ยว แห้ง เปลี่ยนสีใบขาวจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล เมื่อต้นข้าวแตกต้นใหม่จะโดนแมลงบั่วเข้าทำลาย จึงเป็นเหตุให้ออกรวงได้น้อย หากระบาดหนักจะไม่สามารถออกรวงได้ จึงจำเป็นต้องไถทิ้ง 
 ทางทีมงานดวงตะวันเพชร ได้ออกสำรวจพื้นที่และท้าพิสูจน์ ปรากฎว่าแปลงข้าวที่ใช้ปุ๋ยดวงตะวันเพชร รอดจากการระบาดของแมลงบั่ว เพราะต้นข้าวแข็งแรงต้านทานต่อการเข้าทำลายของแมลงบั่ว ด้วยกลุ่มแร่ธาตุที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับต้นข้าวในสารปรับสภาพดินตราดวงตะวันเพชร สูตรบำรุงต้น-ใบ/นาข้าว/พืชไร่ ที่ไม่พบในปุ๋ยเคมีทั่วไป

อาการขาดโพแทสเซียม



อาการขาดโพแทสเซียม

โดยปกติคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโพแทสเซียมสำคัญในช่วงบำรุงผลผลิตเพียงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วพืชมีความต้องการโพแทสเซียมในทุกระยะการเจริญเติบโตแต่ความต้องการในแต่ละระยะจะต้องการในปริมาณที่ไม่เท่ากันเพราะเป็นธาตุที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตของพืช ยังทำให้พืชต้านทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ เมื่อพืชได้รับธาตุโพแทสเซียมในปริมาณที่เพียงพอ นอกจากจะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตแล้วยังสามารถช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวให้นานขึ้นอีกด้วย ปกติแล้วมักพบปัญหาการขาดธาตุโพแทสเซียมกับพืชที่ปลูกในดินทราย อาจเป็นเพราะในดินทรายมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ความสามารถในการอุ้มน้ำหรือธาตุอาหารน้อย ดังนั้นจึงทำให้พืชแสดงอาการขาดธาตุออกมาดังนี้

ใบแก่จะแสดงอาการขอบใบเหลืองโดยเริ่มจากปลายใบเข้าสู่กลางใบ แล้วกลายเป็นสีน้ำตาลเหี่ยวแห้งไป ผักและผลไม้มีสีสันไม่สวยงาม คุณภาพต่ำลำต้นของพืชกลุ่มธัญลืมมักจะล้มง่าย

เราสามารถแก้ปัญหาการขาดโพแทสเซียมการใส่ปุ๋ยที่มีสูตรตัวท้ายสูงๆ เช่น 0-0-60 แต่ทั้งนี้การเพิ่มโพแทสเซียมพืชจะต้องคำนึงถึงความสมดุลกับการใช้ของพืชซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ในช่วงนั้นๆ เช่น ใส่ปุ๋ยสูตร 18-4-5 ก็เพียงพอแล้วหากพืชอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ หากจะบำรุงผลให้ได้คุณภาพปุ๋ยเคมีสูตร 13-7-35 หรือ 14-10-30 ให้รสชาติ และสีในผักและผลไม้ดีขึ้น

#เคล็บลับสำหรับการใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมคือ
ใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมควรจะใส่ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
ใช้ในรูปปุ๋ยน้ำพ่นทางใบ

----------------------------------------

สอบถามเพื่อเติม
อินบ็อกเลย : https://www.facebook.com/messages/duangtawanpetch/
โทร. 091-5769281,02-7498597
Line ID : @dtwp
สอบถามทันทีกด >>> http://line.me/ti/p/%40dtwp
ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม :http://www.raktawan.com/
#ดวงตะวันเพชร #ปุ๋ยดวงตะวันเพชร
#ปุ๋ยเคมี #สารปรับสภาพดิน #ปุ๋ยอินทรีย์
#ชีวภาพ #ออร์แกนิก #ปุ๋ยปาล์ม #ปุ๋ยยางพารา
#ปุ๋ยบำรุงผล #ปุ๋ยบำรุงต้นใบ #ปุ๋ยสูตรรวม
#ปุ๋ยสูตรเสมอ #ปุ๋ยระเบิดราก

ดวงตะวันเพชร






บทบาทของธาตุ



#บทบาทของธาตุ
เมื่อพืชแสดงอาการผิดปกติ มีได้หลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือผลจากการขาดธาตุอาหาร เพราะพืชแต่ละชนิดและแต่ละระยะการเจริญเติบโต พืชต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกัน หากเราจัดการธาตุอาหารได้ไม่เหมาะสมเพียงพอพืชจะแสดงอาการขาดธาตุนั้นๆ หรือหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะเกิดอาการเป็นพิษ โดยธาตุที่พืชมักจะขาดได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซี่ยม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก โบรอนและสังกะสี วันนี้เรามีวิธีการสังเกตอาการขาดธาตุอาหารต่างๆ ที่พืชแสดงออกมา โดยสามารถสังเกตง่ายๆด้วยสายตามาฝากให้จะได้หาวิธีการจัดการได้อย่างถูกต้องต่อไป

----------------------------------------
Inbox : http://www.facebook.com/messages/dtwpgroup/
โทร. 091-5769281,02-7498597
Line ID : @dtwp
สอบถามทันทีกด >>> http://line.me/ti/p/%40dtwp
ดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม :http://www.raktawan.com/
#ดวงตะวันเพชร #ปุ๋ยดวงตะวันเพชร
#ปุ๋ยเคมี #สารปรับสภาพดิน #ปุ๋ยอินทรีย์
#ชีวภาพ #ออร์แกนิก #ปุ๋ยปาล์ม #ปุ๋ยยางพารา
#ปุ๋ยบำรุงผล #ปุ๋ยบำรุงต้นใบ #ปุ๋ยสูตรรวม
#ปุ๋ยสูตรเสมอ #ปุ๋ยระเบิดราก